ส่งเสริมอนาคตของชาติให้แข็งแรง

พันธกิจที่ 2: พัฒนาคุณภาพการศึกษา

พันธกิจหลักด้านการพัฒนาคุณภาพการศึกษาเปรียบเสมือนปุ๋ยสูตร “3 P” ที่บำรุงกล้าไม้อนาคตของชาติให้แข็งแรง โดยมีส่วนประกอบ ดังนี้

  • P1 - Program: พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอน

     เรามุ่งเน้นพัฒนาหลักสูตรเพื่อให้เด็ก รอบรู้ทั้งด้านวิชาการ และสร้างเสริมประสบการณ์ชีวิต ด้วยโครงการที่ช่วยเสริมสร้างให้เด็กๆ ได้เรียนรู้รอบด้านอย่างเต็มศักยภาพแบบ 360 องศา ทั้งในห้องเรียน และนอกห้องเรียน ด้วยหวังว่าพวกเขาเหล่านั้นจะเติบโตเป็นพลเมืองที่กอร์ปด้วยปัญญาและเปี่ยมด้วยคุณธรรม เราร่วมกับภาคีเครือข่ายในการพัฒนาโครงการต่างๆ อาทิ ค่ายวิชาการ การสอนเสริมวิชาชีพ เช่น ปลูกไผ่ฤดูแล้ง ปลูกมะนาวนอกฤดู เพาะถั่วงอก เพาะเห็ด หรือเลี้ยงปลา การสอนภาษาต่างประเทศโดยครูต่างชาติ เช่น ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน การส่งเสริมกีฬาและนักกีฬา เช่น กิจกรรมเทควันโดสู่สากล และที่เราให้ความสำคัญอย่างมากคือ โครงการปลูกฝังคุณธรรม และจริยธรรมนักเรียน

 

  • P2 - People : พัฒนาและเสริมสร้างบุคลากร

     สิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่าเนื้อหาการเรียนการสอน ก็คือ ผู้สอน และผู้เรียน ดังนั้น เป้าหมายอีกส่วนหนึ่งของเราคือการพัฒนาบุคลากรให้มีศักยภาพอย่างเต็มที่ รวมทั้งดูแลเอาใจใส่ในชีวิตความเป็นอยู่ของทั้งครูและนักเรียน เราเน้นการถ่ายทอดนวัตกรรมด้านการเรียนการสอนแก่ครู เพื่อเพิ่มผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เช่น การนำรูปแบบของมูลนิธิ Right to Play มาเป็นแบบอย่างเพื่อการพัฒนาแนวทางการสอนให้กับครูที่ โรงเรียนวัดสระแก้ว และ โรงเรียนธรรมจารินีวิทยา การจัดหาครูแลกเปลี่ยน ร่วมกับสถานศึกษาอื่นๆ ที่มีศักยภาพในพื้นที่ การอบรมการสร้างนวัตกรรมเพื่อพัฒนาการเรียนการสอน ที่มุ่งเน้นอบรมบุคลากรให้สามารถนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือการอบรมการสอนแบบบูรณาการ โดยมีเป้าหมายเป็นการนำหลักสูตรวิชาหลายๆ วิชา มารวมเป็นการสอนในคาบเรียนเดียว เพื่อให้เด็กสามารถเรียนรู้แบบองค์รวมเชื่อมโยงกันได้ เช่น วิชาสังคมศึกษา ภาษาไทย หรืออาเซียนศึกษา และยังร่วมพัฒนาโครงการสร้างรายได้ที่ยั่งยืนแก่โรงเรียน เช่น การพัฒนาโครงการเลี้ยงไก่ไข่ โดยร่วมกับซีพีเอฟ เพื่อประโยชน์ในการฝึกฝนอาชีพแก่เด็ก และยังได้ผลกำไรมาจัดสรรเป็นสวัสดิการครูและพัฒนาปรับปรุงสถานที่อีกด้วย

 

  • P3 - Place : พัฒนาสถานที่

แม้ว่าจะมีหลักสูตรที่ดี บุคลากรที่ดี แต่หากสถานที่จำกัด หรือไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียนรู้ ก็อาจทำให้กระบวนการเรียนรู้ และเติบโตของกล้าไม้นั้นไม่ประสบผลสำเร็จ เราจึงให้ความสำคัญกับการพัฒนาสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ควบคู่ไปกับด้านอื่นๆ เช่น การให้การสนับสนุนและดูแลหอพักสำหรับเด็กที่อยู่ประจำ ไม่ว่าจะเป็นเรือนนอน หรือห้องสมุดในหอพัก การจัดสร้างโรงอาหาร การจัดสร้างห้องน้ำ และการสร้างสนามเด็ก เป็นต้น นอกจากนี้ ยังมีการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ร่วมกับ “ทรูปลูกปัญญา” ในรูปแบบห้องการเรียนรู้ การดูแลด้านโภชนาการ และการจัดรถรับส่งนักเรียน

โครงการ

งานวิจัยด้านเศรษฐศาสตร์การศึกษาในช่วงหลายสิบปีที่ผ่านมา ได้ชี้ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การพัฒนาเด็กปฐมวัย (early childhood development) มีส่วนสำคัญในการสร้างทุนมนุษย์ (human capital) ให้กับประชากรของประเทศ ซึ่งจะมีส่วนช่วยเพิ่มประสิทธิภาพด้านการผลิตของสังคม ช่วยลดต้นทุนทางสังคมที่อาจจะเกิดจากการก่ออาชญากรรม ติดยาเสพติด นอกจากนี้การพัฒนาเด็กปฐมวัยยังสามารถช่วยลดความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ ด้วยการลดความแตกต่างด้านทุนมนุษย์นับตั้งแต่จุดเริ่มต้นของชีวิต ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญของความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจและสังคมที่เราพบเห็นอยู่ในปัจจุบัน มูลนิธิพุทธรักษา หนึ่งใน The DTGO Group of Foundations ได้เล็งเห็นถึงการมอบโอกาสทางการศึกษาจึงได้สนับสนุนโครงการลดความเหลื่อมล้ำด้วยการศึกษาปฐมวัยที่มีคุณภาพ (Reducing Inequality through Early Childhood Education: RIECE Thailand) หรือที่เรียกสั้นๆ ว่า “ไรซ์ไทยแลนด์” เพื่อพัฒนา “หลักสูตรไรซ์ไทยแลนด์" อันเป็นหลักสูตรการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยในช่วง 6 ขวบแรก ที่ยึดวงล้อแห่งการเรียนรู้ (Wheel of Learning) ตามแนวทางของหลักสูตรไฮสโคป (HighScope) เป็นแกนหลักในการพัฒนาเพื่อให้เด็กปฐมวัยได้เรียนรู้จากการลงมือกระทำ (Active Learning) เปิดโอกาสให้เด็กเป็นผู้ริเริ่ม (Child Initiative) ผ่านปฏิสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่และเด็ก (Adult-Child Interaction) ที่อาศัยการการสื่อสารแบบ 2 ทาง การสร้างความเข้าใจ การให้กำลังใจ และการแก้ปัญหาร่วมกัน ตลอดจนกิจวัตรประจำวัน (Daily Routine) ที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ สื่อการเรียนรู้และสิ่งแวดล้อม (Learning Environment) ที่ส่งเสริมพัฒนาการที่เหมาะสมตามวัยและหลากหลายเพื่อเปิดโอกาสให้เด็กได้เลือก และการประเมิน (Assessment) ที่เชื่อมโยงกับตัวบ่งชี้พัฒนาการ (Key Developmental Indicators: KDIs) เพื่อพัฒนาทักษะชีวิต อันจะนำไปสู่การบรรลุศักยภาพสูงสุดตามความแตกต่างของแต่ละบุคคล

หลักสูตรไฮสโคปมีกิจกรรมที่โดดเด่น เป็นที่รู้จักกันภายใต้ชื่อ “กิจกรรม Plan-Do-Review” ซึ่งประกอบด้วยหลักปฏิบัติ 3 ขั้นตอนได้แก่

  • การวางแผน (Plan) ฝึกให้เด็กได้วางแผนการเล่น ว่าจะเล่นอะไร ด้วยวัสดุชนิดใด เป็นกระบวนการให้เด็กได้วางแผน เลือก และตัดสินใจอย่างเป็นระบบ
  • การปฏิบัติ (Do) เป็นการลงมือทำตามแผนที่วางไว้ เพื่อให้เด็กๆ ได้สังเกต ทดลอง คิดแก้ปัญหา ตัดสินใจ ด้วยตนเอง พัฒนาทักษะทางด้านร่างกาย และทักษะการเข้าสังคมผ่านการร่วมเล่นกับเด็กคนอื่นๆ
  • การทบทวน (Review) ฝึกให้เด็กได้ทบทวนว่าสิ่งที่ได้ทำนั้นเป็นไปตามแผนที่วางไว้หรือไม่ ให้เด็กๆ ได้เชื่อมโยงความคิดระหว่างแผนกับการปฏิบัติ จนกระทั่งออกมาเป็นผลงาน และได้เล่าถึงประสบการณ์ต่างๆ ที่ได้รับซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะด้านการสื่อสารอีกด้วย

ปัจจุบันมูลนิธิพุทธรักษาร่วมกับโครงการไรซ์ไทยแลนด์ นำหลักสูตรนี้ไปพัฒนาที่โรงเรียนธรรมจารินีวิทยา จังหวัดราชบุรี จนสามารถนำหลักสูตรมาพัฒนาการเรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยทั้ง 7 ห้องเรียน และเมื่อเดือนมกราคม 2563 ที่ผ่านมา ก็ได้เปิดศูนย์อบรมโรงเรียนธรรมจารินีวิทยา เพื่อรองรับการอบรมเชิงปฏิบัติการในสถานที่จริง (On-site Training) ให้แก่บุคลากรทางการศึกษาที่สนใจ อ่านเอกสารเกี่ยวกับโครงการไรซ์ไทยแลนด์ และหลักสูตรไฮสโคปเพิ่มเติมได้ที่ http://riece.org/

 โครงการ เกษตร

จุดเริ่มต้นของโครงการมาจากการที่มูลนิธิพุทธรักษา หนึ่งใน The DTGO Group of Foundations ต้องการส่งเสริมในเรื่องของความยั่งยืนให้กับโรงเรียน จึงเกิดเป็นโครงการเกษตรยั่งยืนขึ้นมา เพื่อให้โครงการดังกล่าวสามารถช่วยให้โรงเรียนพึ่งพาตนเองได้มากขึ้นในเรื่องของแหล่งอาหาร ที่ปรับเปลี่ยนจากการซื้อจากภายนอกมาเป็นการผลิตด้วยตนเอง นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้เป็นแหล่งเรียนรู้ฝึกทักษะอาชีพให้กับนักเรียนที่สนใจด้านการทำเกษตร โดยทำการเกษตรแบบไม่ใช้สารเคมีทุกกระบวนการ เน้นรูปแบบเกษตรอินทรีย์เป็นหลัก เพื่อให้โรงเรียนสามารถสร้างแหล่งผลิตอาหารของตนเองโดยเริ่มจากศึกษาข้อมูลว่าโรงครัวของโรงเรียนใช้ผลผลิตทางการเกษตรอะไรบ้าง และนำมาศึกษาทดลองว่าภายในพื้นที่โครงการสามารถปลูกพืชผักที่โรงครัวต้องการได้หรือไม่ มากน้อยเพียงใด เพื่อเป็นการลดค่าใช้จ่ายในการซื้อผลิตผลจากภายนอก นอกจากนี้โครงการเกษตร ยังมีเป้าหมายในการพัฒนาโครงการเกษตรยั่งยืนให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ในอนาคต จึงมีการวางแผนในการบริหารจัดการการทำการเกษตรอย่างครบวงจรทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ เช่น สามารถผลิตปุ๋ยอินทรีย์ได้เองจากมูลไส้เดือน โรงเพาะชำและเก็บเมล็ดพันธุ์พืชได้เอง มีการแบ่งกลุ่มนักเรียนในการดูแลและบริหารจัดการภายในพื้นที่ มีช่องทางการจำหน่ายผลผลิตที่ได้จากโครงการ เป็นต้น

 โครงการสหกรณ์

ร้านค้าสวัสดิการและสหกรณ์โรงเรียนธรรมจารินีวิทยาเปิดจำหน่ายเมื่อวันที่ 3 พฤษภาคม 2561 จากการสนับสนุนเงินทุนในการดำเนินงานจากมูลนิธิพุทธรักษา หนึ่งใน The DTGO Group of Foundations โดยจัดจำหน่ายสินค้าหลากหลายประเภทในราคาย่อมเยาเพื่อเป็นสวัสดิการให้แก่แม่ชี ครู นักเรียน และผู้ปกครอง ให้ได้ซื้อสินค้าที่มีคุณภาพ ราคาประหยัด และยังได้รับเงินปันผลคืน

ทั้งนี้ สินค้าที่นำมาจำหน่าย ได้รับการคัดเลือกและจัดซื้อภายใต้แนวคิด “ หน้าร้านโรงเรียน หน้าบ้านชุมชน” คือนอกจากจำหน่ายขนม เครื่องดื่ม เครื่องเขียน สินค้าอุปโภคบริโภค รวมทั้งจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฝีมือนักเรียนจากชมรมต่างๆ เช่น ชมรมเกษตร ชมรมจักสาน ชมรมเบเกอรี่ ชมรมขนมไทย แล้วนั้น ทางร้านฯยังจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากชาวชุมชนในจังหวัดราชบุรีและจังหวัดใกล้เคียง เพื่อเป็นการเพิ่มช่องทางการจำหน่ายและช่องทางประชาสัมพันธ์ผลิตภัณฑ์ของชาวชุนชนอีกด้วย

มูลนิธิพุทธรักษายังมอบความช่วยเหลือ ด้วยการสนับสนุนเงินทุนซื้อหุ้นสหกรณ์ให้กับนักเรียนโรงเรียนธรรมจารินีวิทยาทุกคนๆละ 1 หุ้น จำนวนหุ้นละ 100 บาท เพื่อให้นักเรียนได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสหกรณ์โรงเรียน โดยนักเรียนทุกคนจะได้รับเงินปันผลหุ้นและเงินปันผลเฉลี่ยคืนทุกสิ้นปีการศึกษา โดยนำเงินปันผลทั้งหมดฝากไว้ในบัญชีธนาคารโรงเรียนธรรมจารินีวิทยาจนกว่านักเรียนจะสำเร็จการศึกษาจากชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 จึงจะสามารถถอนเงินทั้งหมดได้เพื่อให้เป็นไปตามเป้าประสงค์ของมูลนิธิพุทธรักษา ที่ต้องการให้นักเรียนทุกคนได้นำเงินดังกล่าวไปใช้สำหรับเป็นทุนการศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาต่อไป

นอกจากนี้ในสหกรณ์ร้านค้ายังได้คัดเลือกนักเรียนเพื่อมาทำงานประจำร้าน ซึ่งนอกจากจะได้ค่าตอบแทนในการทำงานแล้ว นักเรียนยังได้เรียนรู้ทักษะด้านต่างๆผ่านการปฏิบัติงานจริง เช่น ฝึกทักษะในการซื้อ ขายสินค้า ฝึกทักษะการทำงานร่วมกันเป็นทีมและการแก้ปัญหาอย่างมีระบบ ฝึกความรับผิดชอบ ฝึกความซื่อสัตย์สุจริต ฝึกการจัดทำระบบบัญชีรับ – จ่าย เป็นต้น

สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาดูงานโครงการสหกรณ์โรงเรียนธรรมจารินี สามารถติดต่อได้ที่
https://www.facebook.com/buddharaksafoundation

 โครงการสอนภาษาอังกฤษ

มูลนิธิพุทธรักษา หนึ่งใน The DTGO Group of Foundations มีพันธกิจหลักในการมอบโอกาสทางการศึกษาแก่เด็กที่ขาดโอกาส ให้มีประสบการณ์ในการพัฒนาการศึกษาในโรงเรียนขยายโอกาส เช่น โรงเรียนวัดสระแก้ว (รุ่งโรจน์ธนกุลอุปถัมภ์) จังหวัดอ่างทอง และโรงเรียนธรรมจารินีวิทยา จังหวัดราชบุรี ฯลฯ ซึ่งมูลนิธิฯ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของวิชาภาษาอังกฤษ ซึ่งถือเป็นภาษาสากลของโลก และเป็นทักษะสำคัญสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เพื่อเตรียมความพร้อมให้นักเรียนสามารถมีโอกาสในชีวิตเพิ่มมากขึ้น ทั้งในเรื่องของการศึกษาต่อและการประกอบอาชีพในอนาคต จึงได้มีนโยบายมอบความช่วยเหลือ ด้วยการขยายโอกาสด้านการเรียนการสอนภาษาอังกฤษไปยังโรงเรียนและศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อให้เยาวชนที่อยู่ห่างไกลได้เข้าถึงโอกาสในการศึกษาอย่างเท่าเทียม มูลนิธิพุทธรักษาจึงได้จัดทำแผนและหลักการการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน (วิชาภาษาอังกฤษ) ขึ้นเพื่อใช้เป็นแนวทางการดำเนินงานในพัฒนาวิชาภาษาอังกฤษในโรงเรียนและศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนอย่างมีประสิทธิภาพ

วัตถุประสงค์
1. เพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ด้านการเรียนวิชาภาษาอังกฤษที่สูงขึ้น
2. เพื่อยกระดับการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษในโรงเรียนและศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืน
เป้าหมาย
1. นักเรียนในโรงเรียนและศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สามารถใช้ภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวันและต่อยอดความรู้ด้วยตัวเองได้
2. นักเรียนในโรงเรียนและศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน สอบผ่านการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาอังกฤษตามมาตรฐานของกระทรวงศึกษาธิการ
หลักการ
เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมาย มูลนิธิพุทธรักษาได้กำหนดหลักการในการดำเนินงานให้ไปสู่เป้าหมายไว้ 3 องค์ประกอบ คือ 1.ครู 2.การเรียนการสอน 3.สภาพแวดล้อมการเรียนรู้

1.ครู มูลนิธิพุทธรักษาได้แบ่ง ครูวิชาภาษาอังกฤษ ออกเป็น 2 กลุ่มคือ

  • ครู ตชด. (BPP Teachers) หมายถึง ครูของตำรวจตระเวนชายแดนที่ทำหน้าที่สอนวิชาภาษาอังกฤษ  ครู ตชด. ถือเป็นครูหลักที่มีความสำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นบุคลากรโดยตรงของโรงเรียนและศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนโดยตรง ซึ่งเมื่อครูหลักมีศักยภาพในการสอนวิชาภาษาอังกฤษแล้วย่อมทำให้เกิดความยั่งยืนด้านวิชาการอันจะส่งผลลัพธ์ไปที่ตัวนักเรียนโดยตรง มูลนิธิพุทธรักษาจะมุ่งเน้นให้ความร่วมมือในการเสริมศักยภาพครู ตชด. ให้มีความรู้ ความสามารถเพิ่มมากขึ้นทั้งทางด้านความรู้วิชาการภาษาอังกฤษและวิธีการสอนอย่างต่อเนื่อง ตามแนวทางการเรียนการสอนแต่ละช่วงชั้น ที่เกิดขึ้นจากการร่วมมือกันพัฒนาระหว่างมูลนิธิพุทธรักษาและกองบังคับการตำรวจตระเวนชายแดน
  • เจ้าหน้าที่พัฒนาคุณภาพการศึกษา (วิชาภาษาอังกฤษ) มูลนิธิพุทธรักษา หมายถึงบุคลากรทางการศึกษาในสังกัดของมูลนิธิฯ ทำหน้าที่พัฒนา ออกแบบการเรียนการสอนและมีบทบาทเป็นครูเสริมวิชาภาษาอังกฤษในโรงเรียนและศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดน เพื่อเป็นตัวอย่างและเร่งรัดให้เกิดการเปลี่ยนแปลงให้เกิดเร็วขึ้น และสร้างการมีส่วนร่วมระหว่างมูลนิธิพุทธรักษาและตำรวจตระเวนชายแดน พร้อมทั้งขยายความร่วมมือไปยังพันธมิตรและภาคีเครือข่ายอื่นๆ โดย เจ้าหน้าที่พัฒนาคุณภาพการศึกษา (วิชาภาษาอังกฤษ) มูลนิธิพุทธรักษาจะทำงานในพื้นที่ระยะยาว เพื่อเป็นตัวแทนมูลนิธิในการมอบความช่วยเหลือ และทำงานตามแผนของโครงการความร่วมมือฯ และ ปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัด

สนใจร่วมเป็นอาสาสอนภาษาอังกฤษในพื้นที่ ตชด.32 หรือสมัครเป็นเจ้าหน้าที่พัฒนาคุณภาพการศึกษา (ภาษาอังกฤษ) มูลนิธิพุทธรักษา ติดต่อได้ที่ [email protected]

2.การเรียนการสอน (Teaching)

มูลนิธิพุทธรักษาตระหนักว่าวิธีการเรียนการสอนที่ดีและมีประสิทธิภาพนั้น จะทำให้นักเรียนสามารถเรียนรู้วิชาภาษาอังกฤษด้วยความสุขและทำให้โครงการความร่วมมือฯ สามารถประสบความสำเร็จได้ตามเป้าหมาย มูลนิธิพุทธรักษาจึงได้พัฒนามาตารฐานวิชาภาษาอังกฤษสำหรับโรงเรียนและศูนย์การเรียนตำรวจตระเวนชายแดนขึ้น โดยมีส่วนประกอบที่สำคัญดังนี้

  • เทคนิคที่ใช้ในการเรียนการสอน (Technique) หมายถึง วิธีที่ครูวิชาภาษาอังกฤษใช้ในการถ่ายทอดความรู้สู่นักเรียน โดยมูลนิธิพุทธรักษามีแผนที่จะพัฒนาการเรียนการสอนแต่ละช่วงชั้นตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงระดับประถมศึกษาปีที่ 6 ซึ่งมีเทคนิคการสอนที่แตกต่างกันไปตามความเหมาะสมของเด็กแต่ละกลุ่ม เช่นกลุ่มนักเรียนชั้นอนุบาล ใช้วิธีการสอนแบบธรรมชาติและแบบมุ่งประสบการณ์ โดยเป็นการฟังและพูดก่อนการเขียนอ่าน ทำให้นักเรียนเหล่านั้นสามารถใช้ภาษาได้ในชีวิตประจำวัน
  • สื่อสร้างการเรียนรู้ (Instructional Media) ในการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ สื่อสร้างการเรียนรู้ถือเป็นเครื่องมือที่จะช่วยให้นักเรียนสามารถมีความสนใจและความสุขในการเรียน ซึ่งจะทำให้เกิดการจดจำคำศัพท์หรือบทเรียนจากเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกทั้งยังเป็นการสร้างการมีส่วนร่วมให้เกิดขึ้นระหว่างครูและนักเรียน มูลนิธิพุทธรักษา จึงสนับสนุนสื่อด้านการเรียนรู้ดังกล่าว ในทุกๆ ด้าน
  • การวัดผลสัมฤทธิ์ในการเรียนภาษาอังกฤษ (The achievement in English)     มูลนิธิพุทธรักษา กำหนดเป้าหมายชัดเจนที่จะทำให้นักเรียนสามารถสอบการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษให้ผ่านในการสอบวัดการประเมินตามมาตรฐานของหลักสูตรกระทรวงศึกษาธิการในแต่ละช่วงชั้น และ การสอบวัดผลระดับประเทศ NT และ O-NET ซึ่งจะมีผลต่อการศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นของนักเรียนโดยตรง โดยในการพัฒนาการเรียนการสอนแต่ละช่วงชั้น มูลนิธิพุทธรักษาจะกำหนดการวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนภาษาอังกฤษจากตัวชี้วัดจากหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ทั้งการเรียนการสอนและการสอบวัดผลสัมฤทธิ์มีความสอดคล้องกับมาตรฐานกระทรวงศึกษาธิการและส่งผลต่อเนื่องนักเรียนสามารถสอบวัดระดับผลระดับประเทศผ่านมาตรฐานตามเป้าหมายต่อไป

3.สภาพแวดล้อมการเรียนรู้ (Learning Environment)

  • ห้องเรียน มูลนิธิพุทธรักษา ให้ความสำคัญกับการสร้างบรรยากาศในห้องเรียนให้สอดคล้องกับเทคนิคการเรียนการสอนวิชาภาษาอังกฤษ โดยพร้อมสนับสนุนด้านการพัฒนาห้องเรียนให้พร้อมสำหรับการเรียนรู้ อาทิ การนำเอาองค์ความรู้ตามหลักการการจัดกระบวนการเรียนรู้โดยใช้สมองเป็นฐาน (Brain Based learning) มาช่วยในการพัฒนาห้องเรียนทั้งในเรื่องการออกแบบ และ ช่วยประสานงานเพื่อช่วยหาสิ่งจำเป็น เป็นต้น
  • การเรียนรู้นอกห้องเรียน การเรียนรู้นอกห้องเรียนทำให้เด็กนักเรียนได้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสารในการใช้ชีวิตประจำวัน จึงถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้นักเรียนสามารถที่จะพัฒนาทักษะการสื่อสารและต่อยอดความรู้วิชาภาษาอังกฤษได้ด้วยตัวเอง ซึ่งครูภาษาอังกฤษมีส่วนสำคัญที่จะทำให้การเรียนรู้นอกห้องเรียนนั้นประสบผลสำเร็จ โดยมี 3 แหล่งการเรียนรู้ที่สำคัญ คือ ครอบครัว ชุมชน และห้องสมุด

ปัจจุบันมูลนิธิพุทธรักษา ได้เริ่มดำเนินงานในพื้นที่กองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 32 เพื่อเป็นกลุ่มต้นแบบ เพื่อนำไปขยายผลทั่วประเทศในอนาคต โดยมีโรงเรียนรวมทั้งสิ้น 16 โรงเรียน ได้แก่ รร.ตชด.เจ้าพ่อหลวงอุปถัมภ์ 4, รร.ตชด.สังวาลย์วิท 8, รร.ตชด.บำรุงที่ 112, รร.ตชด.ทอท, ศกร.ตชด.บ้านฟ้าไทยงาม, รร.ตชด.ชนัตถ์ปิยะอุย, ศกร.ตชด.บ้านห้วยกุ๊ก, รร.ตชด.อาชีวศึกษาเชียงราย-พะเยา, รร.ตชด.เทคนิคดุสิต, รร.ตชด.บ้านดอยล้าน, ศกร.ตชด.อินทรีอาสา (บ้านห้วยน้ำกืน), รร.ตชด.เบ็ตตี้ดูเมน, รร.ตชด.พีระยานุเคราะห์ 3, รร.ตชด.เฉลิมฉลองครบรอบ 100 ปี, ศกร.ตชด.บ้านจะนู, ศกร.ตชด.บ้านห้วยปุ้ม